หากคุณเจอปัญหาเว็บไซต์โหลดช้า ผู้ชมเข้าแล้วขัดใจรีบหนีออกอยากไว การเพิ่มสปีดให้กับเว็บไซต์เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากในปัจจุบัน จะเป็นอย่างไรถ้าคุณมีเครื่องมือที่จะช่วยปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้เร็วขึ้น และทำให้คุณไร้กังวลกับปัญหา Load Time มาลองใช้เครื่องมือตัวนี้สิ! WP Compress – Image Optimizer

ต้องขอเกริ่นก่อนว่านี่คือการรีวิวแบบเรียลๆ ทดลองติดตั้ง และมีการใช้จริง โดยในบทความนี้เราจะขอแนะนำ ปลั้กอิน WP Compress ซึ่งเราได้นำมาลองใช้กับเว็บไซต์เราเอง และนำมาเขียนเป็นเรื่องราวให้ทุกท่านอ่าน

ในวันนี้ เราได้สรุปส่วนสำคัญและนำ รีวิว WP Compress มาให้คุณอ่านแบบรวบรัด ครบครัน ดังนี้

WP Compress คืออะไร

WP Compress เป็นเครื่องมือที่จะมาช่วยในการจัดการไฟล์รูปภาพบนเว็บไซต์เวิร์ดเพลสของคุณ โดยการปรับแต่งไฟล์ภาพในระบบ ให้มีขนาดเล็กลง และอีกทั้งยังมี Global CDN Delivery เพื่อให้ผู้เข้าชมโหลดไวได้จากทั่วโลก นอกจากนี้ยังสามารถทำ Caching ไฟล์บนเว็บของคุณได้ ผลคือเว็บของคุณโหลดไวขึ้น

WP Compress ดีไหม

จากที่ได้ลองมา ประโยชน์เครื่องมือตัวนี้ค่อนข้างครบครันและหลากหลาย สามารถเลือกเปิดใช้แต่ละอย่างได้โดยที่ไมกระทบกับปลั้กอินอื่น (จากที่ทดลอง ใช้งานร่วมกับ WP Rocket ได้ โดยปิดการใช้งานส่วน Cashing และใช้งานส่วน Image Optimize + CDN) ซึ่ง

รีวิว WP Compress มีความสามารถอะไรบ้าง?

ฟังก์ชั่นพิเศษที่มีบน WP Compress มีให้มากมาย แต่จะขอแนะนำ 4 ความสามารถสุดเด็ด ดังนี้

Performance Suite

wp compress performance suit

สามารถทำ Advanced Caching, สร้างไฟล์ Critical CSS, ปรับแต่ง JavaScript บนโฮสติ้งของคุณเพื่อช่วยลด Server Response Time (ระยะเวลาตอบสนองของเซิฟเวอร์หรือโฮสติ้ง) ได้ถายในคลิกเดียว และยังสามารถปรับแต่งในส่วนยิบย่อยได้อีกด้วย

การเปิดใช้งาน Website Caching จะอยู่ในหน้าเมนู Performance Tweaks ซึ่งเราไม่ได้เปิดใช้งานในส่วนนี้เนื่องจากเราใช้ WP Rocket ในการทำเว็บแคชแทน (จากการทดสอบ เปิดใช้งานฟังก์ชั่นเหมือนๆกัน ประสิทธิภาพของ WP Compress Caching ทำคะแนน Page Speed Performance ได้น้อยกว่า WP Rocket ประมาณ 3-5 คะแนนเท่านั้น ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว หากใครกำลังมองหาเครื่องมือที่ครบครัน ครอบคลุมหลายฟังก์ชั่น ครบวงจร ตัวนี้เป็นอีก 1 ตัวเลือกที่จะขอแนะนำ)

ส่วนต่อไปจะมาอธิบาย ความหมายของแต่ละฟังก์ชั่นในแต่ละเมนูของเครื่องมือนี้ที่สามารถใช้งานได้ ดังนี้

WP Compress Performance Tweaks
  1. Total Website Caching จะเป็นส่วนของการ เปิด/ปิด แคชในระบบ สามารถกำหนดระยะเวลาในการเคลียร์แคชได้ โดยการทำงานจะเป็นการแปลงหน้าเพจให้อยู่ในรูปแบบ Static HTML เพื่อลดระยะเวลาในการโหลดหน้าเว็บไซต์ รองรับ Separate Mobile Caching รองรับธีมหรือปลั้กอินที่ออกแบบเพื่อมือถือโดยเฉพาะ
  2. CSS Optimizations ปรับแต่งไฟล์ CSS ของเว็บไซต์ให้โดยอัตโนมัติ
    • Critical CSS ทำการลบโค้ดส่วนที่ไม่ได้ใช้ในหน้าเพจนั้น ลดขนาดและทำให้โหลดไฟล์ไวขึ้น
    • Minify CSS ลดขนาดไฟล์ CSS โดยการลบช่องว่างของบรรทัดและคอมเม้นต์ในไฟล์
    • Combine CSS รวมไฟล์ CSS เข้าด้วยกันเป็นไฟล์เดียว เพื่อลดจำนวน Requests ในระหว่างโหลดเว็บ
  3. JavaScript Optimizations รับแต่งไฟล์ JS ของเว็บไซต์ให้โดยอัตโนมัติ
    • Minify JavaScript ลดขนาดไฟล์ JS โดยการลบช่องว่างของบรรทัดและคอมเม้นต์ในไฟล์
    • Combine JavaScript รวมไฟล์ JS เข้าด้วยกันเป็นไฟล์เดียว เพื่อลดจำนวน Requests ในระหว่างโหลดเว็บ
    • Move JavaScript to Footer ย้ายไฟล์ JS ให้ไปอยู่ในส่วน Footer ของเว็บไซต์
    • Defer JavaScript นำสคริปส่วนที่ไม่จำเป็นไปโหลดลำดับท้ายๆ โดยจะโหลดหลังจากมีการ Render หน้าเว็บเสร็จสิ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในเว็บไซต์ได้ก่อน
    • Delay JavaScript หน่วงเวลาในการโหลดไฟล์ JS จนกว่าผู้ใช้จะมีการโต้ตอบกับหน้าเว็บ เพิ่มระยะเวลาในการตอบสนองบนหน้าเว็บ
    • Inline JavaScript แทรกสคริป JS ใส่ในไฟล์หน้าเพจโดยตรง

คุณสามารถปรับแต่ง ทดลอง เปิด/ปิด กันได้ตามความชอบของแต่ละคน ซึ่งในบางฟังก์ชั่น อาจส่งผลกระทบกับหน้าเว็บไซต์ได้ หากไม่โอเค ก็พยายามเลี่ยงไม่ต้องใช้ ส่วนเมนูไหนเปิดใช้งานแล้วช่วยให้เว็บเร็วขึ้น ไม่กระทบหน้าเว็บไซต์ ก็ลุยโลด

Real-Time Optimization + CDN

wp compress real time optimization + CDN

Real-Time Optimization + CDN เป็นฟังก์ชั่นช่วยปรับแต่งไฟล์ภาพและไฟล์สคริปต่างๆของคุณ ได้แบบเรียลไทม์โดยอัตโนมัติ โดยจะปรับแต่งให้เหมาะสมตามอุปกรณ์ของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์, บราวเซอร์, ขนาดความละเอียดของจอ และปรับตามสถานที่ของผู้เข้าชมเว็บ เพื่อให้ภาพและไฟล์ของคุณโหลดไวขึ้น และช่วยลดระยะเวลาในการโหลดหน้าเว็บไซต์ได้

WP Compress Real-Time Optimization + CDN Functions

ทางเราได้ลองใช้ฟังก์ชั่น Real-Time Optimization + CDN กับเว็บ liketoreview.com โดยจะเห็นได้ว่า ตัว WP Compress นั้นรองรับประเภทไฟล์ได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ไฟล์รูปภาพ ไปจนถึงสคริปเว็บไซต์ (CSS และ JavaScript) และยังสามารถใช้งานกับ Fonts ได้อีกด้วย อีกทั้งยังรองรับการใช้งาน Custom CDN Domain เพื่อให้เราเลือกใช้ URL ที่เราต้องการได้ และจากในภาพตัวอย่าง ทางเราได้เลือกใช้ cdn.liketoreview.com กับส่วนนี้ (เพียงแค่เพิ่ม Subdomain แล้วทำการชี้ DNS ไปยังจุดหมายที่ WP Compress ให้เรามา ทำตามคำแนะนำไม่กี่คลิกก็พร้อมใช้งาน URL สวยๆได้ทันที)

Media Compression

wp compress media compression

ฟังก์ชั่นการบีบลดขนาดของไฟล์ภาพ โดยสามารถลดขนาดไฟล์บนไลบารี่ภาพของคุณ หรือไฟล์รูปที่เฉพาะเจาจง สามารถปรับแต่งภาพของคุณได้อัตโนมัติเมื่อมีการอัพโหลดภาพใหม่บนเว็บ โดยเลือกใช้ได้ 3 โหมด คือ Lossless, Intelligent และ Ultra Compression ซึ่งความคมชัดและขนาดไฟล์จะถูกลดทอนลงไปตามระดับที่เราเลือก อีกทั้งยังสามารถสร้างไฟล์ WebP ซึ่งเป็นไฟล์รูปภาพที่เหมาะกับการใช้กับบราวเซอร์ โดยมีขนาดที่เล็กและมีความละเอียดที่คมชัด ซึ่งเป็นไฟล์รูปมาตรฐานฉบับ Next Gen ที่ Google แนะนำให้ใช้งานเลยทีเดียว เพื่อมอบประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

WP Compress Image Optimization Functions

ในส่วนของฟังก์ชั่น Image Optimization หรือการปรับแต่งรูปภาพ ซึ่งในหมวดนี้จะมีเมนูฟังก์ชั่นดังนี้

Adaptive Image ฟังก์ชั่นที่จะช่วยปรับแต่งภาพอย่างชาญฉลาดตามอุปกรณ์ของผู้เยี่ยมชมเบราว์เซอร์ และตําแหน่งในหน้าเว็บ

  1. Resize by Incoming Device = ปรับขนาดภาพให้เหมาะสมตามอุปกรณ์ของผู้เข้าชมโดยอัตโนมัติ
  2. Serve WebP Images = แสดงไฟล์ภาพของเราเป็น WebP ไฟล์ภาพรูปแบบใหม่ที่เล็กแต่ยังคมชัด
  3. Serve Retina Images = แสดงภาพแบบ Retina ซึ่งจะมีความละเอียดมากขึ้น บนอุปกรณ์ที่มีจอใหญ่
  4. Lazy Loading by Viewport = ค่อยๆโหลดภาพถัดไปเมื่อผู้ใช้งานเลื่อนจอ (Scroll) เพื่อลด Bandwidth และลดขนาดเว็บไซส์โดยรวม เพิ่มสปีดในการโหลดหน้าเว็บ
  5. Remove Srcset = ลบ Srcset Attribute ออกจากไฟล์ภาพ (อาจมีผลกระทบกับ Theme ที่ใช้งน srcset ได้)
  6. Background Images = นำไฟล์ภาพประเภท background ของเราไปใช้งานร่วมกับ CDN รวมไปถึงปรับแต่ง

Optimization Level ระดับของการลดขนาดไฟล์ภาพ ในแต่ละระดับจะมีผลต่อความคมชัดของภาพ

  • Lossless = ลดขนาดไฟล์ภาพโดยยังคงความคมชัดของภาพไว้
  • Intelligent = ลดขนาดไฟล์ภาพ ระดับกลาง ความคมชัดภาพลดลงในระดับที่ พอรับได้
  • Ultra =ลดขนาดไฟล์ภาพได้มากที่สุด แต่ความคมชัดของภาพก็ลดลงตาม

Auto-Optimize on Upload ฟังก์ชั่นที่จะช่วยปรับแต่งภาพให้เราอัตโนมัติเมื่อมีการอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์

จะเห็นได้ว่า เราได้เปิดใช้งานบางฟังก์ชั่นบางส่วนเท่านั้น โดยเราเลือกระดับ Lossless ซึ่งจากการทดลองใช้กับบทความนี้ ไฟล์ภาพ ขนาด 133KB เมื่อแปลงเป็น WebP แล้ว ขนาดไฟล์ลดลงกว่า 50% เลยทีเดียว

wp compress image before optimized
wp compress image after optimized

Support WordPress & Non-WordPress Websites

WP Compress Support WordPress & Non-WordPress Websites

ถ้าหากคุณทำเว็บด้วย WordPress การใช้งานเครื่องมือนี้ง่ายมาก เพียงแค่ติดตั้งตัวปลั้กอิน และเริ่มตั้งค่าให้เสร็จสรรพในไม่กี่คลิก แต่หากคุณมีเว็บที่ไม่ใช่เวิร์ดเพลส ตัว WP Compress ก็รองรับการปรับแต่งเว็บของคุณ เพียงนำโค้ด Universal JS มาฝังในเว็บของคุณเพื่อใช้งาน

WP Compress Account Management Dashboard

นอกจากนี้ ตัว Dashboard ยังมีระบบ Management Portal เพื่อให้คุณเข้าไปจัดการรายชื่อเว็บไซต์ที่ได้ใช้งานเครื่องมือนี้อยู่ได้โดยตรง ตั้งแต่การเคลียร์แคช ดูรายงานสรุป ปรับโควต้าเครดิตแยกแต่ละเว็บไซต์ รวมไปถึง มีเมนูสำหรับ Access ไปยังหน้า WP Admin ได้ด้วยนะ แต่ต้องกรอกข้อมูล Login เอง ปุ่มสำหรับนำทางมีไว้เพื่อความสะดวกเท่านั้น

WP Compress Management Portal

ในส่วนของ Report เราจะสามารถดูรายละเอียดแบบสรุปได้ ดังนี้

  1. Live Requests (จำนวนรีเควสที่รอการลดขนาดภาพ โดยประมวลผลอัตโนมัติผ่านระบบคลาวด์ และให้บริการผ่านเครือข่าย CDN แบบไฮบริดจากทาง WP Compress รวมไปถึงการสร้างไฟล์ WEBP)
  2. Live Optimized (จำนวนรีเควสที่ได้ทำการปรับแต่งเรียบร้อยแล้วในโหมด Live Compression )
  3. Local Requests (จำนวนรีเควสที่รอการลดขนาดภาพ โดยประมวลผลและให้บริการไฟล์ผ่านระบบ Local หรือโฮสติ้งของคุณเอง)
  4. Local Optimized(จำนวนรีเควสที่ได้ทำการปรับแต่งเรียบร้อยแล้วในโหมด Local Compression)
WP Compress Reports

และหากใครต้องการดู Full Report (รายงานฉบับเต็ม) เพื่อลงลึกในรายละเอียดยิบย่อย ก็สามารถกดดูได้ทันที พร้อมทั้งยังสามารถดาวน์โหลดรายงานเป็นไฟล์ .PDF ได้ด้วยนะ

สรุปโดยรวม ปลั้กอิน WP Compress

WP Compress เป็นอีกเครื่องมือ ที่สามารถ นำมาทำ Caching เพิ่มความเร็วเว็บ, Compression ลดขนาดไฟล์ และใช้บริการ CDN ไฟล์ภาพและสคริปบนคลาวด์ได้แบบไม่จำกัดแบนด์วิชท์รายเดือนได้สบายๆ หากใครยังไม่มีเครื่องมือแนวนี้ไว้ใช้งาน ตัวนี้ถือว่าเหมาะเลยทีเดียว

WP Compress Pricing on AppSumo

หากใครสนใจ ในตอนนี้มีดีลตลอดชีพอยู่ พร้อม CDN Unlimited Bandwidth โดยสามารถไปซื้อมาลองได้ที่ WP Compress – Optimize your website’s performance | AppSumo ในราคาแพคเก็จเริ่มต้นที่ $49 หรือประมาณ 1700 บาท

WP Compress Pricing on Website

และหากใครพลาดดีลไปแล้ว ก็สามารถใช้บริการรายเดือนกับทางแพลตฟอร์มได้ตามแพ็คเกจนี้ (จำกัด Bandwidth นะ) เริ่มต้นที่ $9 หรือประมาณ 320 บาท ที่ WP Compress – Fast and easy image optimization.

WP Compress Insider Upgrade Special

ปัจจบัน WP Compress ได้จัดแคมเปญแพคเกจตลอดชีพอยู่ พร้อมให้เครดิตสำหรับ Optimization มากถึง x2 เท่า โดยมีราคาแพคเก็จเริ่มต้นที่ $249 หรือประมาณ 8,900 บาท ที่ได้รับจำนวณเครดิตมากถึง 10 ล้านเครดิต/เดือน และยังสามารถแบ่งจ่ายได้ถึง 3 เดือน ผ่านบัตรเครดิตหรือบัญชี Paypal โดยจะจ่ายเพียงเดือนละ $83 หรือประมาณ 2,970 บาท นาทีนี้มีแต่คุ้มกับคุ้ม!

ปล. ดีลนี้ยังมีส่วนลดพิเศษมากถึง 30% เพียงกรอกโค้ด XZ3T95 ในหน้าชำระเงิน (แต่แบ่งชำระไม่ได้นะ)

WP Compress Discount Code 30%

บทความนี้แค่รีวิวตามความจริงที่ได้จากการลองใช้งาน ไม่ได้อวยนะ จริงจริ๊ง.. ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว ว่าจะชอบหรอไม่!

Categorized in: